ท่าเสด็จ ตลาดอินโดจีน ริมแม่น้ำโขง
ไม่ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวณจังหวัดไหน เราก็ต้องหาซื้อของกิน ของฝาก ซึ่งปัจจุบันการหาซื้อของฝาก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพราะมีทั้งศูนย์โอท็อป และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ รวบรวมสินค้าเอาไว้ให้เราเลือกมากมาย แต่ถ้าจะให้คลาสสิคบุกถึงถิ่นสุดๆ ก็ต้องไปหาซื้อกันในตลาดใหญ่ๆ ในพื้นที่ ครั้งนี้เราอยู่กันที่จังหวัดหนองคาย ซึ่งใครๆ ก็รู้กันดีว่า แหล่งช็อปปิ้งระดับจังหวัดที่ทุกคนต้องแวะมาละลายทรัพย์กันก็คือ “ตลาดท่าเสด็จ” ดังนั้นเราจึงต้องเอาทรัพย์ในกระเป๋ามาแลกเป็นของฝากกับเค้าบ้าง เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง

“ตลาดท่าเสด็จ” “ตลาดท่าเรือ” หรือ“ตลาดอินโดจีน” ไม่ ว่าจะชื่อไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อที่ใช้เรียกขานของตลาดขนาดใหญ่ริมแม่น้ำ โขงในเขตเทศบาลเมืองหนองคายเหมือนกันซึ่งที่มาของชื่อตลาดก็ตั้งกันตาม ลักษณะของตลาดนี่แหละครับ อย่างชื่อแรกที่เรียกกันว่า “ตลาดอินโดจีน” ก็เป็นเพราะ ตลาดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมสินค้าจากหลากหลายประเทศในแถบอินโดจีนไม่ว่าจะเป็น ไทยลาว เวียดนาม จีนฯลฯส่วนที่มาของอีกสองชื่อก็เริ่มมาจาก ในอดีตก่อนที่จะมีการสร้างสะพานมิตรภาพไทย– ลาวท่าเรือของตลาดสินค้าอินโดจีนริมแม่น้ำโขงแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นจุดผ่าน แดนถาวรสำหรับผู้ที่ต้องการจะเดินทางไปมาระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) บริเวณนี้จึงมีเรือข้ามฟากสัญจรไปมาระหว่างสองฝั่งแม่น้ำโขงอย่างคึกคักคน ท้องถิ่นจึงนิยมเรียกชื่อตลาดแห่งนี้ในอีกชื่อหนึ่งว่า“ตลาดท่าเรือ” ต่อมาในปี พ.ศ.2498 ได้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” พร้อมด้วย “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ” ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมเยียนราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดหนองคายและ ได้เสด็จฯขึ้นจากเรือพระที่นั่งณท่าเรือของตลาดสินค้าอินโดจีนแห่งนี้ภาย หลัง “ตลาดท่าเรือ” จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็น “ตลาดท่าเสด็จ” และเรียกติดปากกันมาจนปัจจุบัน
ประเภทของสินค้าที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดท่าเสด็จนี้ก็หลากหลายไม่แพ้ที่ ไหนๆเริ่มกันตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ธรรมดาๆ เครื่องไฟฟ้า ของเด็กเล่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับผ้าทอมือเครื่องครัว เครื่องกระเบื้อง ของแต่งบ้าน เครื่องมือช่าง ขนมขบเคี้ยว ของแห้ง ผลไม้สดผลไม้แห้งแม้กระทั่งอาหารปรุงสำเร็จก็มีให้เลือกซื้ออีกสารพัด ส่วนของฝากขึ้นชื่อที่เราแนะนำว่าไม่ควรพลาดซื้อติดมือกลับบ้านไปก็คือ หมูยอ กุนเชียง และไส้กรอกอีสาน ซึ่งก็มีให้เลือกหลายร้าน เราสามารถเลือกชิมและต่อรองราคากันได้ ถูกใจร้านไหนก็ซื้อหากันได้เต็มที่ ส่วนพื้นที่ช่วงตอนกลางๆ ของตลาดท่าเสด็จ จะมีร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดหนองคายในพระบรมราชินูปถัมภ์ “ณ ตลาดท่าเรือ” ตั้งอยู่ นอกจากสินค้าเกรดพรีเมี่ยมที่คัดสรรกันมาให้เลือกซื้อหาแล้ว บริเวณนี้ยังเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกับ ป้ายพญานาคสองเศียรไว้เป็นที่ระลึก ถ้าเดินช๊อปกันมาเหนื่อยๆ ก็แวะพักดื่มน้ำดื่มท่า จิบกาแฟกันได้ ทั้งทิวทัศน์ริมแม่น้ำโขงที่สวยงาม และมุมถ่ายภาพเก๋ๆ ที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำเลบริเวณนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่หมายมั่นจะมาช็อปปิ้งให้หนำใจ สินค้าในตลาดท่าเสด็จก็มีให้เลือกมากมายสมใจอยู่ แต่คุณภาพและราคาจะถูกอกถูกใจแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญในการเลือก ซื้อ รวมถึงศิลปะในการต่อรองราคาซึ่งเป็นเทคนิคส่วนบุคคล แต่ถ้าใครไม่ได้หวังว่าจะมาละลายทรัพย์ที่ตลาดแห่งนี้ แค่แวะมาเยี่ยมชม แล้วถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับป้ายพญานาคและป้ายตลาดท่าเรืออีกหน่อย แค่นี้ก็เอารูปไปอวดได้เก๋ๆ ละจ้า
“ตลาดท่าเสด็จ” “ตลาดท่าเรือ” หรือ“ตลาดอินโดจีน” ไม่ ว่าจะชื่อไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อที่ใช้เรียกขานของตลาดขนาดใหญ่ริมแม่น้ำ โขงในเขตเทศบาลเมืองหนองคายเหมือนกันซึ่งที่มาของชื่อตลาดก็ตั้งกันตาม ลักษณะของตลาดนี่แหละครับ อย่างชื่อแรกที่เรียกกันว่า “ตลาดอินโดจีน” ก็เป็นเพราะ ตลาดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมสินค้าจากหลากหลายประเทศในแถบอินโดจีนไม่ว่าจะเป็น ไทยลาว เวียดนาม จีนฯลฯส่วนที่มาของอีกสองชื่อก็เริ่มมาจาก ในอดีตก่อนที่จะมีการสร้างสะพานมิตรภาพไทย– ลาวท่าเรือของตลาดสินค้าอินโดจีนริมแม่น้ำโขงแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นจุดผ่าน แดนถาวรสำหรับผู้ที่ต้องการจะเดินทางไปมาระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) บริเวณนี้จึงมีเรือข้ามฟากสัญจรไปมาระหว่างสองฝั่งแม่น้ำโขงอย่างคึกคักคน ท้องถิ่นจึงนิยมเรียกชื่อตลาดแห่งนี้ในอีกชื่อหนึ่งว่า“ตลาดท่าเรือ” ต่อมาในปี พ.ศ.2498 ได้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” พร้อมด้วย “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ” ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมเยียนราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดหนองคายและ ได้เสด็จฯขึ้นจากเรือพระที่นั่งณท่าเรือของตลาดสินค้าอินโดจีนแห่งนี้ภาย หลัง “ตลาดท่าเรือ” จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็น “ตลาดท่าเสด็จ” และเรียกติดปากกันมาจนปัจจุบัน
ประเภทของสินค้าที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดท่าเสด็จนี้ก็หลากหลายไม่แพ้ที่ ไหนๆเริ่มกันตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ธรรมดาๆ เครื่องไฟฟ้า ของเด็กเล่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับผ้าทอมือเครื่องครัว เครื่องกระเบื้อง ของแต่งบ้าน เครื่องมือช่าง ขนมขบเคี้ยว ของแห้ง ผลไม้สดผลไม้แห้งแม้กระทั่งอาหารปรุงสำเร็จก็มีให้เลือกซื้ออีกสารพัด ส่วนของฝากขึ้นชื่อที่เราแนะนำว่าไม่ควรพลาดซื้อติดมือกลับบ้านไปก็คือ หมูยอ กุนเชียง และไส้กรอกอีสาน ซึ่งก็มีให้เลือกหลายร้าน เราสามารถเลือกชิมและต่อรองราคากันได้ ถูกใจร้านไหนก็ซื้อหากันได้เต็มที่ ส่วนพื้นที่ช่วงตอนกลางๆ ของตลาดท่าเสด็จ จะมีร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดหนองคายในพระบรมราชินูปถัมภ์ “ณ ตลาดท่าเรือ” ตั้งอยู่ นอกจากสินค้าเกรดพรีเมี่ยมที่คัดสรรกันมาให้เลือกซื้อหาแล้ว บริเวณนี้ยังเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกับ ป้ายพญานาคสองเศียรไว้เป็นที่ระลึก ถ้าเดินช๊อปกันมาเหนื่อยๆ ก็แวะพักดื่มน้ำดื่มท่า จิบกาแฟกันได้ ทั้งทิวทัศน์ริมแม่น้ำโขงที่สวยงาม และมุมถ่ายภาพเก๋ๆ ที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำเลบริเวณนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่หมายมั่นจะมาช็อปปิ้งให้หนำใจ สินค้าในตลาดท่าเสด็จก็มีให้เลือกมากมายสมใจอยู่ แต่คุณภาพและราคาจะถูกอกถูกใจแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญในการเลือก ซื้อ รวมถึงศิลปะในการต่อรองราคาซึ่งเป็นเทคนิคส่วนบุคคล แต่ถ้าใครไม่ได้หวังว่าจะมาละลายทรัพย์ที่ตลาดแห่งนี้ แค่แวะมาเยี่ยมชม แล้วถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับป้ายพญานาคและป้ายตลาดท่าเรืออีกหน่อย แค่นี้ก็เอารูปไปอวดได้เก๋ๆ ละจ้า
ที่อยู่ : ถนนมีชัย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
GPS : 17.885534, 102.747499
เวลาทำการ : ทุกวันตั้งแต่เวลา 7.00 – 18.30
ช่วงเวลาแนะนำ : ตลอดทั้งวัน
ไฮไลท์ : ของฝากของเมืองหนองคายจำพวก หมูยอ กุนเชียง และไส้กรอกอีสาน รวมถึง สินค้าราคาถูกทั้งเสิ้อผ้า ของใช้ ขนม และอาหารแห้ง จากประเทศในแถบอินโดจีน
กิจกรรม : ช็อปปิ้งสินค้า ของฝากราคาถูก / ถ่ายภาพ
วิธีการเดินทาง
จากบริเวณน้ำพุพญานาคกลางเมืองหนองคายให้ใช้เส้นทางถนนประจักษ์ศิลปาคม มุ่งหน้าไปทางศาลากลางจังหวัดจากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหายโศกบริเวณหน้า ศาลากลางจังหวัดแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนมีชัย ตรงไปอีกประมาณ 400 เมตร ก็จะถึงทางเข้าตลาดท่าเสด็จอยู่ทางด้านซ้ายมือ (ท่าเข้าตลาดมีหลายทาง) นักท่องเที่ยวสามารถหาที่จอดรถได้ที่ในที่ทำการไปรษณีย์ วัดศรีษะเกษ วัดศรีคุณเมือง หรือตามจุดรับฝากรถต่างๆ ได้











เทวาลัยปางนี้ คือ พระอินทร์ พระพรหม พระยมกาฬ ในสามโลก แห่งสวรรค์ อนันตจักรวาล ได้มาอัญเชิญ พระบรมโพธิสัตว์ เวสสันดรเทพบุตร (ดุสิตเทพบุตร) สถิตอยู่ชั้น ดุสิตสวรรค์ พระองค์ได้เสวยสุข สี่พันปีทิพย์ (เท่ากับ ห้าร้อยเจ็ดสิบหก ล้านปี ของเมืองมนุษย์ เมื่อหมดอายุ เทพหมื่นโลกธาตุ แสนโกฏิมหาจักรวาล จึงได้มีการอัญเชิญ ลงไปจุติตรัสรู้ เป็นพระโคดมพุทธเจ้า) ในชมพูทวีป แห่งมงคลจักรวาล เมื่อได้รับอัญเชิญนิมนต์แล้วพระองค์ จึงพิจารณามหาปัญจโลกนะ 5 ประการ คือ 1.กาลอายุ 2.ทวีป 3.ประเทศ 4.ตระกูล 5.พุทธบิดาพุทธมารดา แล้วทั้งสวรรค์ อนันตจักรวาล ก็จัดขบวนแห่ พระโพธิสัตว์ลงจุติ ตามวรรณคดีของพระศาสนามาจนบัดนี้ ...คุณประสิทธิ์ คำผอง จ.สกลนคร ออกศรัทธาสร้างเพื่ออุทิศให้พี่ชาย คือ คุณสว่าง คำผอง ผู้ล่วงลับไปแล้ว 15 มี.ค. 2521













